================================================== -->

สล็อต ฟรี เครดิต ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน

ตลาดร่มหุบ ดังอันดับโลก! หาดูที่ไหนไม่ได้ ในโลก มีที่เดียว คือที่ แม่กลอง สมุทรสงคราม นักท่องเที่ยวทั่วโลก แห่กันไปแม่กลอง แย่งกันดู-แย่งกันถ่ายรูป เหตุที่ต้องแย่ง ตลาดร่มหุบ เป็นบริเวณแคบ อยู่ในช่วงขบวนรถไฟจะเข้าตัวสถานีแม่กลองพอดี จึงเห็นได้ช่วงสั้นๆ ใช่แต่จีน-ฝรั่งตื่น คนไทยเองก็ตื่น ไปกันครึ่ด! วัน-สองวันนี้ ดังในดัง ขึ้นไปอีก สำนักข่าว BBC มาทำคลิปลงเพจ BBC NEWS เผยแพร่ไปทั่วโลก ต่างชาติรายหนึ่ง ดูแล้ว วิจารณ์ ว่า Who gonna eat that stuffs This is classic example where you think tourist go for amazement but actually they go bcoz they wanna see how a place so disgusting still exists ใครจะกินของพวกนี้ลง นี่เป็นตัวอย่างคลาสสิก ที่พวกเขาคิดว่า นักท่องเที่ยวไปเพราะความอเมซิง แต่จริงๆ แล้ว ไปเพราะอยากเห็นว่า สถานที่ที่ดูน่าสะอิดสะเอียนยังมีอยู่จริงต่างหาก คนที่ไม่เคยเห็น พื้นที่จริง อาจฉงน น่าสะอิด-สะเอียนตรงไหน? ผมเข้าใจสภาพ เท่ากับเข้าใจทัศนคติฝรั่ง ที่ว่าน่าสะอิดสะเอียน! วันนี้ เลยอยากคุย ยิ่งทราบว่า นายคันฉัตร ตันเสถียร ผวจสมุทรสงคราม ตื่นตัวกับฝรั่งวิจารณ์ บวกทางมหาดไทยจี้ลงไปด้วย ประชุมกันยกใหญ่ แจกแจง ๓-๔ ข้อ สรุปความว่า ๑ตลาดร่มหุบ เป็นวิถีท้องถิ่น มีมา ๖๐-๗๐ ปี ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวแบบ unseen ของประเทศ มีนักท่องเที่ยวเข้ามามาก ประมาณ ๓,๐๐๐ คน/วัน เข้ามาชมวิถีชีวิตการค้าขายตลาดร่มหุบ ๒ในกรณีสำนักข่าวต่างประเทศวิจารณ์ อาหารที่จำหน่ายไม่ถูกสุขลักษณะ แจกแจงว่า อาหารที่นำมาจำหน่าย มี ๒ ประเภท คือ ๑) อาหารสด พืช ผัก ผลไม้ ๒) อาหารแห้ง โดยบรรจุถุง ซึ่งอาหารที่ซื้อจากตลาด จะต้องนำไปล้างและปรุงสุกก่อนรับประทาน ทั้งนี้ บริเวณตลาดไม่มีการจำหน่ายของปรุงสุก ๓เทศบาลเมืองสมุทรสงครามและแม่ค้า รวมทั้งสถานีรถไฟ เก็บขยะและล้างตลาดอาทิตย์ละ ๒ ครั้ง ทั้งนี้ ในแต่ละวัน เมื่อแม่ค้าจำหน่ายสินค้าเสร็จสิ้น ในแต่ละแผง ทำความสะอาดเป็นประจำอยู่แล้วทุกวัน นอกจากนี้ ผู้ว่าฯ บอกถึงการดำเนินการต่อ ว่า ๑) ขอความร่วมมือไกด์นำเที่ยว ให้บอกนักท่องเที่ยวทิ้งขยะในบริเวณที่จัดเตรียมไว้ให้ ๒) ให้แม่ค้าติดป้ายที่แผง เป็นภาษาอังกฤษ/จีน มีข้อความรับฝากขยะทิ้ง โดยแม่ค้าจะรวบรวมนำไปทิ้งต่อไป ๓) ทำความสะอาดตลาดทุก ๓ วัน (จากเดิม ๒ ครั้ง) ๔) จัดบริเวณที่ทิ้งขยะเพิ่มเติม ๕) จัดทำป้ายประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวทิ้งขยะ ในบริเวณที่จัดไว้ให้เพื่อแยกขยะ ครับฟังผู้ว่าฯ ชี้แจง เหมือนใช่ แต่ยังไม่ใช่ ตลาดร่มหุบ ที่แม่กลอง ณ เวลานี้ อยากจะบอกว่า มันเป็นอะไรที่มากไปกว่า แผงลอย ริมทางรถไฟไปนานแล้ว ปัญหาขณะนี้ จะโยนให้ระดับผู้ว่าฯ และเทศบาลเมืองฯ รับผิดชอบไม่ได้แล้ว! ต้องไปถึงระดับชาติ มหาดไทย-วัฒนธรรม-การท่องเที่ยว-คมนาคม-พาณิชย์ รับรู้ว่า นี่คือ เอกลักษณ์ถิ่น ที่กลายเป็น อันซีน ไทยแลนด์ ไปแล้ว ไม่ใช่ของเฉพาะคนแม่กลอง แต่เป็นแหล่ง ทำเงิน-ทำทอง ของประเทศอีกแห่งหนึ่ง! ต้องใช้ ตลาดร่มหุบ เป็นต้นแบบคิด ในการเข้าไปรับรู้ปัญหายุค การท่องเที่ยว เป็นอุตสาหกรรมโกยเงินเข้าประเทศ จากสถานที่ที่เรียกว่า Unseen Thailand ทุกแห่ง ก่อนอื่น ต้องรู้พื้นสภาพ ตลาดแม่กลอง ก่อน การเข้าถึงจังหวัดนี้ เดิมมีเพียง ๒ เส้นทาง คือ แม่น้ำ-คลอง กับ รถไฟ สมุทรสงคราม มีรถยนต์ไปถึงได้ ก็ราว ๔๐ กว่าปีนี่เอง หลังจาก ถนนสายธนบุรี-ปากท่อ เปิดใช้ปี ๒๕๑๖ ตลาดแม่กลอง นับแต่อดีต เริ่มจากตัวสถานีรถไฟ หรือจากตลาดร่มหุบทุกวันนี้ ไปจบที่วัดหลวงพ่อวัดบ้านแหลม วัดเพชรสมุทรวรวิหาร เลยไปนิด ก็ ท้ายตลาด เป็นท่าเรือจ้าง ตันแค่นั้น! จากหัวยันท้ายตลาด ซัก ๑ กิโลเมตร เท่านั้น! ถนนหลักสายเดียว เป็นถนนไม่กว้างนัก ให้คนเดิน กับรถจักรยาน ตลาดร่มหุบ เพิ่งมี หลังจากถนนผ่านเมืองซัก ๓๐ กว่าปีนี่เอง เมื่อถนนมา-รถยนต์มา อะไรๆ ที่เรียกว่า เจริญวัตถุ ก็ถาโถมเข้าเปลี่ยนเมืองแม่กลอง เรียกว่า โตแบบไม่มีผังเมือง ตลาดใหม่เกิดแบบ กระจุกตัว ริมทาง-ปากทาง ตลาดร่มหุบ เกิดเองตามธรรมชาติ คนมีสตางค์ก็ซื้อตึกแถว เซ้งแผง คนสตางค์น้อย ขายของทะเล พืชผักเล็กๆ น้อยๆ ก็เร่มาวางแผงขายริมทางรถไฟ ๓๐ กว่าปีมานี่เอง ที่ริมทางรถไฟกลายเป็น อันซีน ไทยแลนด์ ตลาดร่มหุบ! ไม่ใช่ ตลาดหลัก-ตลาดรอง เป็นตลาดลมเพ-ลมพัด เกิดเอกลักษณ์ ร่มหุบ หลบรถไฟเข้า-ออก เห็น-เป็น-อยู่ จนชิน แต่คนต่างถิ่น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว มาเห็นก็ตื่นตา-ตื่นใจ ระยะหลัง การท่องเที่ยวไทยบูม ต่างชาติไหลเข้ามา ฝรั่งยุโรปบ้าง จีนบ้าง โดยเฉพาะจีน พอเห็น ก็เจี๊ยวจ๊าวเป็นของแปลก ตื่นเต้น เอาไปคุย ไปเขียน เอารูปลงหนังสือ อินเทอร์เน็ต ตลาดร่มหุบ อินเตอร์ไปเลย! ประเด็นที่เราควรแก้ไข คือ ๑ความไม่สะอาด ๒ความไม่มีระเบียบ ๓ที่ทิ้งขยะไม่เพียงพอ ๔แปลงคำว่า ตลาดร่มหุบ เป็นสินทรัพย์ให้พ่อค้า-แม่ค้าเข้าใจ ในภาพรวม ตลาดแม่กลอง จากตัวสถานีไปจรดวัดเพชรสมุทรฯ ควรห้ามรถยนต์เข้า ให้เฉพาะ คนเดิน-จักรยาน บริเวณตัวสถานียันตัวตลาดร่มหุบและพื้นที่ ๒ ข้างทาง ควรปรับภูมิทัศน์ใหม่ จัด ระบบ-ระเบียบ-ความสะอาด ของแผงและวัสดุรองรับสินค้า ผู้ค้าขายตลาดร่มหุบ ถือเป็น ต้นทุนวิถีถิ่น ควรลงทะเบียน ฝึกอบรม ควบคุมปริมาณ-เพิ่มคุณภาพ พัฒนาเป็นบุคลากรรัฐ มีเงินอุดหนุนรายเดือนให้ต่างหาก! การอ้างว่า เป็นสินค้าพืชผักและของแห้ง ต้องนำไปปรุงสุกก่อนบริโภค นั้น เท่ากับยอมรับ ความไม่สะอาด ในสินค้า เป็นเรื่องจริงและเรื่องปกติ ของสินค้าตลาดร่มหุบ น่าสะอิดสะเอียน ที่เขาวิจารณ์ เราควรสำนึกเพื่อแก้ไข ไม่ใช่ลอยหน้าโต้เขา ว่าของเราเป็นแบบนี้ ไม่เห็นเป็นไร! การท่องเที่ยว-รถไฟ น่าจะเข้าไปช่วยดูด้านภูมิสถาปัตย์ตรงนั้น รักษาวิถีเดิม แต่จัดผัง จัดร่องระหว่างราง, รายหิน, รูปแบบแผง ทั้งผ้าใบ-เสาในความเป็นร่มหุบ ให้สวยด้วยศิลป์ แต่คงรูปแบบเดิมไว้ ที่บอก ทำความสะอาดสัปดาห์ละ ๒ ครั้งหรือ ๓ ครั้งนั้น จริงๆ แล้ว ต้องทำ ทุกวัน เรื่องขยะ อย่าไปโทษนักท่องเที่ยว ปกติ แม่กลองคนไม่มาก ปัญหาขยะไม่ค่อยมี แต่ทุกวันนี้ ผู้คนโตเกินสภาพตลาด การจัดหาที่รองรับขยะ พูดง่ายๆ คือที่ทิ้งขยะ ดูเหมือนไม่อยู่ในความตระหนักของจังหวัด-เทศบาลสักเท่าไรนัก พูดกันตรงๆ สภาพตลาดแม่กลอง ไม่เป็นระเบียบ ขาดความสะอาด ระบบบริหาร-จัดการ ไม่สอดคล้องกับความเป็นไปตามกาลสมัยของสังคม เป็นสัญชาตญาณมนุษย์ ไม่ว่านักท่องเที่ยวชาติไหน ถ้าเห็นที่ไหนเป็นระเบียบ สะอาดสะอ้าน ไม่มีใครทิ้งขยะเลอะเทอะ นอกจากคนที่ ป่าเถื่อน จริงๆ! ที่เขาทิ้ง เพราะ ๑เห็นที่เข้าทิ้งกันไว้เกลื่อน ก็ทิ้งตาม ๒สถานที่นั้น สกปรก-ไม่เป็นระเบียบ ๓ไม่มีที่ทิ้งขยะไว้รองรับ อย่างตลาดแม่กลอง มะพร้าวเยอะ คนดูดน้ำ ก็ทิ้งวางลูกมะพร้าวซุกไว้ตรงนั้น-ตรงนี้ คนอื่นเห็น ก็ซุกต่อๆ กันไป เตือนนักท่องเที่ยวไม่ตรงประเด็น เทศบาลรู้ปัญหา ต้องจัดที่รองรับขยะและเก็บขยะให้มากจุด และต้องให้ผู้ขายมะพร้าวรับผิดชอบ อย่าให้คนกินทิ้งเรี่ยราด เรื่องผู้ค้าตลาดร่มหุบ มีแต่คนมาดู ไม่มีคนซื้อ สาเหตุไม่ต้องพูดถึง พัฒนาทรัพยากรบุคคลผู้ขายแล้ว จัดระบบ-ระเบียบ-ความสะอาดแล้ว แต่เติมแพ็กเกจจิง และจัดหาสินค้าเพิ่มเติมให้สอดคล้อง และจุดพักเข้าไป นักท่องเที่ยวจะเป็นลูกค้าเพิ่มไม่ยาก บริเวณชานชาลาสถานีแม่กลองและ ๒ ข้างทาง ใส่วิสัยทัศน์การท่องเที่ยวเข้าไป บริหารพื้นที่เป็นจุดดู-บันทึกภาพ อันซีน ไทยแลนด์ เข้าไป ตลาดร่มหุบ จะเป็นขุมทองอีกแห่งของแม่กลอง ผมว่าน่าอาย ที่ปล่อยให้คนตลาดร่มหุบพูดว่า นักท่องเที่ยวมาทำให้ขายของไม่ได้ ขายไม่ได้ ไม่ใช่เพราะเขาไม่ซื้อ เพราะระดับประเทศ ผู้บริหาร ไม่เป็นตะหาก!

  • เยี่ยมชมบล็อก:177670
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 534
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-06-18 11:31:13
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

โดยอุตสาหกรรมที่มีจำนวนเปิดกิจการใหม่และขยายกิจการที่มีมูลค่ามากที่สุดตั้งแต่เดือนมค-มีค 61ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร 13,200 ล้านบาท อุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยาง 7,150 ล้านบาท อุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ 5,020 ล้านบาท อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ 4,510 ล้านบาท อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก 4,190 ล้านบาท

ที่เก็บบทความ

2015(983)

2014(959)

2013(349)

2012(301)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: ไชนานิวส์

gclub ออนไลน์,ผู้สูงอายุในไทยพุ่ง 11 ล้านคน สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินฯ จับมือ รพราชวิถี พมชวนผู้สูงอายุถ่ายทอดเคล็ดลับ อยู่ 100 ปีอย่างมีความสุข 80 ปีไม่มีโรค เพื่อสร้างความเข้าใจให้คนสองวัยทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแลได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ปลอดภัยจากภาวะเจ็บป่วย เพื่อก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์และมีคุณภาพบิ๊กป้อม ปัดตั้งพรรคชี้ ประยุทธ์ เหมาะนั่งนายกฯอีกหรือไม่ให้ไปย้อนดูโพล 09 เมษายน พศ 2561 เวลา 10:14 น ผู้สูงอายุในไทยพุ่ง 11 ล้านคน สมาคมเวชศาสตร์ฉุกเฉินฯ จับมือ รพราชวิถี พมชวนผู้สูงอายุถ่ายทอดเคล็ดลับ อยู่ 100 ปีอย่างมีความสุข 80 ปีไม่มีโรค เพื่อสร้างความเข้าใจให้คนสองวัยทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแลได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ปลอดภัยจากภาวะเจ็บป่วย เพื่อก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์และมีคุณภาพ ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 เมษายน คณะกรรมการ?ญาติ?วีรชนพฤษภา?35?และเครือข่าย?ตรวจสอบ?ภาค?ประชาชน? ได้จัดเสวนาวิชาการหัวข้อ ม44 อุ้มค่ายมือถือ : รัฐ-เอกชน? ใครได้ ใครเสีย? โดยมี นสรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช), นสสุภิญญา? กลางณรงค์? อดีต?คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช) และนายมานะ? นิมิตร?มงคล? เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เข้าร่วมเสวนา นสรสนากล่าวว่า ได้ติดตามกรณีบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กับบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือทรู ทำเอกสารขอให้สำนักงานเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) พิจารณายืดระยะเวลาการจ่ายค่าประมูลใบอนุญาตการใช้คลื่นโทรคมนาคม 4 จี ว่าจะเข้าการพิจารณาที่ประชุม คสชในวันที่ 10 เมยนี้หรือไม่ ซึ่งไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลและ คสชจะใช้มาตรา 44 อุ้มค่ายมือถือ ที่ผ่านมาการประมูลใบอนุญาตใช้คลื่นโทรคมนาคม 4 จี ทาง กสทชได้เอื้อให้เอกชนพอสมควร มีการแบ่งงวดชำระการจ่ายให้ 4 งวด และตามความจริงในปี 63 งวดสุดท้ายมีการจ่ายน้อยสุด คือมูลค่า 120,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ตามกฎหมายไม่สามารถแบ่งจ่ายงวดสุดท้ายได้ แต่เลขาธิการ กสทชระบุว่า หากแบ่งจ่ายออกไปอีก 5 งวด จะทำให้รัฐได้ประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ย 15% ซึ่งมองว่าจะทำให้เอกชนประหยัดดอกเบี้ยจากเดิม 3 หมื่นล้านบาทมากกว่า จึงทำให้เกิดคำถามว่า ใครได้ประโยชน์กันแน่ เพราะหากรัฐบาลเก็บค่าใบอนุญาตงวดสุดท้าย จะได้เงินเข้างบประมาณแผ่นดินทันที เพื่อไม่ให้เกิดปัญหางบประมาณขาดดุล แต่กลับเปิดช่องให้เอกชนผ่อนจ่ายได้ แถมดอกเบี้ยยังต่ำมาก โดยที่รัฐบาลไม่ได้ประโยชน์ แต่ค่ายมือถือทั้ง 2 ค่ายได้ประโยชน์ ตอนนี้ คสชใช้มาตรา 44 ฟุ่มเฟือยและไร้ขอบเขต เพราะรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ระบุถึงการใช้มาตรา 44 ใน 3 กรณีเท่านั้นคือ การปฏิรูป การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติ และการแก้ไขปัญหาความไม่สงบ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการช่วยเหลือภาคเอกชนในการประกอบธุรกิจ ถามว่าความพยายามในการช่วยเหลือภาคเอกชนของ คสช เปรียบเหมือนการเหาะเลยกรุงลงกาหรือไม่ หวังว่าจะมีการทบทวนอย่างรอบคอบ ถ้า คสชใช้มาตรา 44 อุ้ม รัฐบาลจะเสียประโยชน์แน่นอน เพราะ 2 บริษัทมีสัญญาการจ่ายเงินชัดเจน ในงวดสุดท้าย หากไม่จ่ายก็ต้องเสียดอกเบี้ย 15% ต่อปี หากจะให้ผ่อนจ่ายนั้นไม่มีเหตุผล อีกทั้งจะให้ดอกเบี้ยเพียง 15% รัฐควรไปช่วยอุดหนุนเงินคนจนมากกว่า เอกชนเขารวยอยู่แล้วเราจะไปอุ้ม ไม่เช่นนั้นจะเกิดคำถามจากสังคมมาก และเกิดคำถามในใจจากประชาชนแน่นอน ดังนั้นเรื่องนี้เราไม่หยุดติดตามแน่นอน นสรสนาระบุ ด้าน นสสุภิญญากล่าวว่า การพยายามแก้กฎหมายเอื้อผู้ประกอบการนั้น เป็นสิ่งที่รัฐเสียผลประโยชน์ เพราะจากเดิมในปี 55 ที่มีการประมูลคลื่น 3จี มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ถึงการประมูลที่ถูกมากเพียง 14 หมื่นล้านบาทให้กับเอกชน 3 ราย ซึ่งที่ผ่านมาเอกชนดังกล่าวได้ผลประโยชน์มหาศาล ดังนั้น การประมูลคลื่น 4จี แม้อาจดูว่ามีค่าใบอนุญาตที่สูง แต่อยู่ในภาววิสัยที่เอกชนวิเคราะห์แล้ว และเคาะประมูลในช่วงเวลาดังกล่าวที่คาดว่าจะสามารถทำกำไรได้ เมื่อหักลบกับต้นทุน ซึ่งเมื่อ 3 จีเราเสียผลประโยชน์ ส่วนของ 4 จีรัฐจึงควรได้ประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย อย่างไรก็ตาม มองว่า กสทชยังไม่กล้าแก้ไขเงื่อนไขดังกล่าวเอง ดังนั้นหากจะแก้ ควรเป็น กสทช ไม่ใช่ คสช ซึ่งจะทำให้อาจมองว่า คสชอุ้มทั้งเอไอเอสและทรู รวมถึงอุ้ม กสทชอีกด้วย เพราะไม่ใช่กฎหมายในชั้นของพระราชบัญญัติ แต่เป็นเพียงประกาศของ กสทช ดังนั้นถามว่า คสชจะรับผิดชอบแทน กสทชเพราะเหตุใด การนำเรื่องดังกล่าวมาเชื่อมโยงกับการช่วยเหลือทีวีดิจิทัลนั้น มองว่าเป็นคนละเรื่องกัน เพราะทีวีดิจิทัลได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐโดยตรง จึงอาจนำไปสู่การช่วยเหลือ แต่ส่วนตัวนั้นยังไม่เห็นว่าการทำงานของรัฐหรือ คสชจะกระทบต่อโทรคมนาคม จึงไม่ควรจับทีวีดิจิทัลมาเป็นตัวประกัน อดีตกรรมการ กสทชกล่าวตอกลิ่มขัดแย้งสังคม นายมานะกล่าวว่า องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ เห็นว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรที่บ่งชี้สถานะ 2 บริษัทเอกชนว่าต้องได้รับความช่วยเหลือ ที่ผ่านมาทั้ง 2 บริษัทดังกล่าวมีกำไรมาก และมีความชัดเจนว่ายังมีความสามารถในการระดมทุนจากตลาด หรือกู้เงินมาชำระรัฐเลยก็ได้ มิเช่นนั้นประเทศจะเกิดการสูญเสีย ซึ่งต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน หากมีการช่วยเหลือจะเอื้อประโยชน์เกินความเหมาะสม เพราะทั้ง 2 บริษัทมีศักยภาพทางการเงิน หากในวันข้างหน้าเขาผูกขาดตลาดได้ คนที่เดือดร้อนคือประชาชน หากจะช่วยเหลือกันจริง ควรมีกระบวนการตรวจสอบที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่การใช้มาตรา 44 เพราะจะเกิดการตัดตอนผู้รับผิดชอบได้ ดังนั้นขอให้คณะรัฐมนตรี (ครม) และ คสชแสดงท่าทีที่เปิดเผยว่า ถ้าใช้มาตรา 44 แล้ววันข้างหน้ามีการฟ้องร้องใครจะรับผิดชอบ อย่าลอยตัวแอบหลังมาตรา 44 เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่ยุติธรรมกับคนทั้งประเทศ เรื่องนี้จะเป็นลิ่มตอกสังคมและเกิดปัญหาความขัดแย้งในข้างหน้าได้ เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ระบุ วันเดียวกัน นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ในหัวข้อ กสทชกับตรรกะประหลาดเพื่ออุ้มผู้ประกอบการ 4 จี ว่า หลังการประชุม ครมเมื่อวันที่ 3 เมยที่ผ่านมา โฆษกรัฐบาลแถลงว่านายกรัฐมนตรีให้แนวนโยบายในการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล และการขอยืดจ่ายเงินค่าประมูลคลื่น 4 จีของกลุ่มเอไอเอสและกลุ่มทรู โดยให้คำนึงถึงหลักการ 2 ประการ คือ 1ต้องให้เอกชนสามารถประกอบธุรกิจได้ ไม่กระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน แต่ทั้งนี้เอกชนต้องยอมรับความจริงเรื่องความเสี่ยงทางธุรกิจ และ 2ต้องไม่ให้ผลประโยชน์ของรัฐเสียหาย ถ้อยแถลงดังกล่าวชี้ว่า นายกฯ สามารถจับประเด็นประโยชน์สาธารณะในเรื่องดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตาม เลขาธิการ กสทชกลับเสนอความเห็นแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการโทรคมนาคมในแนวทางที่แตกต่างจากหลักการดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยอ้างข้อมูลและตรรกะที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง เพราะยืนยันที่จะเสนอให้รัฐบาลยืดเวลาการจ่ายค่าประมูลคลื่น 4 จีงวดสุดท้ายออกไป โดยอ้างว่าจะทำให้ 1รัฐบาลมีรายได้ประมาณ 36 พันล้านบาทจากดอกเบี้ย 15% ตามอัตราของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท) แทนที่จะปล่อยให้ผู้ประกอบการ 2 รายไปกู้ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจะทำให้รัฐไม่ได้รายได้ดังกล่าว 2รัฐบาลน่าจะมีรายได้จากการประมูลคลื่น 4 จี ย่าน 1800 MHz ที่จะจัดขึ้น เป็นเงินกว่า 12 แสนล้านบาท เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าเอไอเอสและทรูจะเข้าร่วมประมูลด้วย แต่รัฐอาจไม่ได้รายได้ดังกล่าว หากไม่ยืดเวลาการจ่ายค่าประมูลคลื่น 4 จี งวดสุดท้ายกสทชตรรกะประหลาด นายสมเกียรติกล่าวว่า ข้อเสนอของเลขาธิการ กสทช แตกต่างจากแนวนโยบายของนายกฯ และอยู่บนข้อมูลและตรรกะที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ 1เอกชนต้องสามารถประกอบธุรกิจได้ ทั้งที่ผู้ประกอบการทั้งสองรายไม่ได้มีปัญหาในการประกอบธุรกิจ เอไอเอสยังเป็นอันดับ 1 ของตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทย และมีผลกำไรถึง 3 หมื่นล้านบาทในปี 2560 ส่วนทรูนั้น ยังมีกำไร 23 พันล้านบาทในปี 2560 ที่สำคัญทรูมีส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 209% เมื่อไตรมาส 4/58 ซึ่งมีการประมูลคลื่น เป็น 269% ในไตรมาส 4/60 และแจ้งต่อนักลงทุนว่า สามารถเพิ่มลูกค้าได้ 27 ล้านรายในปี 2560 ในขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นมีลูกค้าลดลง 2ไม่กระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งนักลงทุนยังคงมีความเชื่อมั่นต่อทั้ง 2 บริษัท สะท้อนจากมุมของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายรายที่ระบุว่า ฐานะทางการเงินของทั้ง 2 บริษัทยังแข็งแกร่ง แม้รัฐบาลจะไม่ยืดเวลาจ่ายเงินค่าประมูลคลื่น ที่สำคัญกว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อบางบริษัทคือความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย การที่รัฐบาลเปลี่ยนแปลงนโยบาย กฎกติกาหรือเงื่อนไขที่ออกมาแล้ว อันเป็นผลจากการเรียกร้องของผู้ประกอบการบางรายโดยไม่มีเหตุผลอันควร จะมีผลกระทบอย่างยิ่งต่อภาพลักษณ์ของประเทศ เพราะเป็นการส่งสัญญาณว่า ประเทศไทยไม่มีหลักการที่ชัดเจน สามารถต่อรองได้ทุกเรื่องหากมีเส้นสาย ซึ่งจะทำให้นักลงทุนที่ประกอบธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา ลังเลที่จะมาลงทุนในประเทศไทย 3ผลประโยชน์ของรัฐต้องไม่เสียหาย เงื่อนไขการประมูลกำหนดไว้ชัดเจนว่า หากชำระค่าประมูลล่าช้าจะต้องจ่ายดอกเบี้ยที่อัตรา 15% ไม่ใช่ 15% ที่เลขาธิการ กสทชเสนอ ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวในกรณีนี้คิดเป็นเม็ดเงินสูงถึงประมาณ 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากรัฐบาลปล่อยให้ทั้ง 2 รายกู้ในอัตราดังกล่าว นอกจากจะไม่ได้ดอกเบี้ยที่อัตรา 15% ตามสัญญาแล้ว ยังขาดทุนทางการเงินด้วย การอ้างว่ารัฐจะมีรายได้จากดอกเบี้ยถึง 36 พันล้านบาท จึงเป็นเรื่องแปลกประหลาดอย่างยิ่ง ส่วนที่ผู้ประกอบการทั้งสองรายออกแถลงการณ์ชี้นำให้สังคมเข้าใจว่า การผ่อนชำระค่าประมูลคลื่นดังกล่าว ไม่ได้เป็นการขอลดค่าประมูลคลื่น เป็นแต่เพียงการ ขยายเวลา เท่านั้น ไม่ได้ทำให้รัฐและประชาชนเสียประโยชน์ คำกล่าวอ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริงเนื่องจากการขยายเวลาโดยจ่ายดอกเบี้ยในอัตราต่ำมาก มีผลเหมือนการขอลดค่าประมูลคลื่น ซึ่งทำให้รัฐและประชาชนเสียหาย ประธานทีดีอาร์ไอกล่าวว่า การขอใช้มาตรฐานเดียวกับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล เพราะ ต่างได้ใบอนุญาตจากการประมูลคลื่นจาก กสทช มาเช่นเดียวกัน ไม่สมเหตุผล เนื่องจากผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลส่วนใหญ่ประสบปัญหาขาดทุน โดยสาเหตุหนึ่งเกิดจากการดำเนินการที่บกพร่องของ กสทช ในขณะที่เอไอเอสและทรูมีกำไรและไม่ได้รับความเสียหายจากการดำเนินการของ กสทช 4การเข้าร่วมประมูลคลื่นในอนาคต เลขาธิการ กสทชอ้างว่า การขยายเวลาผ่อนชำระค่าประมูล จะช่วยให้รัฐได้รายได้จากการประมูลคลื่น 1800 MHz มากขึ้น เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่า เอไอเอสและทรูจะเข้าร่วมประมูลด้วย ข้ออ้างดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานของการคาดเดาฝ่ายเดียว ดังจะเห็นได้ว่า แถลงการณ์ของเอไอเอสและทรูไม่ได้ระบุเลยว่าจะเข้าประมูลรอบใหม่หากได้รับการผ่อนชำระค่าประมูล ที่สำคัญหากเอไอเอสและทรูจะเข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 MHz ด้วยเหตุผลจากการเจรจาแบบ หมูไปไก่มา ก็ยิ่งจะเป็นผลเสียต่อความน่าเชื่อถือของประเทศไทย เพราะแทนที่การประมูลคลื่นจะเกิดขึ้นตามกลไกตลาด ภายใต้กติกาที่เป็นธรรมและโปร่งใส กลับเกิดขึ้นจากการต่อรองกันเป็นครั้งๆ หรือการวิ่งเต้น โดยสรุป แม้นายกฯ สามารถจับประเด็นประโยชน์สาธารณะในเรื่องดังกล่าวได้อย่างถูกต้อง เลขาธิการ กสทชยังพยายามชักจูงรัฐบาลให้อุ้มผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือไปในทางที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะพิจารณาในแง่มุมใดๆ รัฐบาลจึงควรตัดสินใจอย่างมั่นคงบนผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ปล่อยให้กลุ่มผลประโยชน์เข้ามามีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจ นายสมเกียรติระบุ

บิ๊กป้อม ปัดตั้งพรรคชี้ ประยุทธ์ เหมาะนั่งนายกฯอีกหรือไม่ให้ไปย้อนดูโพล 09 เมษายน พศ 2561 เวลา 10:14 น ‘เตนล์ ชิตพล’อีกหนึ่งเด็กไทยที่ไปสร้างชื่อแดนกิมจิ 08 เมษายน พศ 2561 เวลา 12:46 น 08 เมย2561 ผู้สื่อข่าวปัตตานีรายงานว่า จากการที่บรรดาชาวประมงปัตตานีได้ชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้ที่ประกอบอาชีพทำการประมง เนื่องจากกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำประมงที่ออกมาแต่ละครั้ง ทำให้ชาวประมงที่จะออกทำการประมงสุ่มเสี่ยงต่อการประกอบอาชีพอาจถูกจับได้ และเป็นการกดดันการประกอบอาชีพ และส่งผลกระทบในการประกอบอาชีพทำการประมง ได้รับความเดือดร้อนไปตามๆกัน และส่วนหนึ่งได้หยุดทำการประมงแล้ว ทั้งนี้เรือประมงบางส่วนเริ่มทยอยเข้ามาจอด 2 ฟากฝั่งแม่น้ำปัตตานีแล้วสมทบกับเรือประมงที่จอด เพราะกฎหมายที่เคร่งครัด ประกอบกับออกหาปลาไม่คุ้มกับทุนต่างขาดทุนไปตามๆกัน นอกจากนั้นเป็นการเตรียมการหากรัฐบาลไม่ดำเนินการช่วยเหลือใดๆ ในวันที่ 9 เมยก็จะนำเรือทั้งหมดกว่า 2 พันลำมาจอดหยุดทำการประมง เพื่อประท้วงรัฐบาลที่ไม่ช่วยเหลือ โดยหยุดทำการประมงต่ออายุรัฐราชการ! ปฏิรูปสังคมชงเกษียณ63ปี/นักวิชาการซัดปาหี่ 09 เมษายน พศ 2561 เวลา 00:01 น

อ่าน(601) | แสดงความคิดเห็น(806) | ส่งต่อ(502) |

ก่อนหน้านี้:การแข่งขันบาสเกตบอล

ต่อไป:188bet สมัคร

ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

เกราะ 2021-06-18

เฉียนเฉียน ใกล้เทศกาลหยุดยาว สงกรานต์ ปี 2561 ซึ่งปีนี้คณะรัฐมนตรี (ครม) มีมติให้หยุดยาว 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 เมย ถึงวันที่ 16 เมย2561 เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา เยี่ยมญาติ พี่ น้อง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ประชาชนจะมีการเดินทางกลับบ้านเกิดกันอย่างคับคั่งเหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งเทศกาลที่มีวันหยุดยาวๆ มักจะได้เห็นภาพของประชาชนที่เดินทางออกต่างจังหวัด ทั้งที่กลับภูมิลำเนา กลับบ้านเกิด หรือบางส่วนเดินทางไปท่องเที่ยวกันอย่างหนาตา สิ่งที่ตามมาคือ การใช้จ่าย ที่จะสะพัดเพิ่มขึ้นในทุกๆ เทศกาล เพราะไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่านั้น แต่ยังมีค่าอาหาร เครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายจิปาถะต่างๆ ตามมาอีกมากมาย มองในมุมเศรษฐกิจตรงนี้ถือเป็นเรื่องดี เพราะการใช้จ่าย และการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ช่วยทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการหลายรายก็ต่างหยิบฉวยโอกาสนี้ ซึ่งเป็นโอกาสทองที่จะค้าขายได้มากขึ้น สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำกันเลยก็มี โดย ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) มีการคาดการณ์ว่า ในช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ 5 วัน จะมีการใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มขึ้น โดย ทททประเมินว่าวันหยุดที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลดีให้จำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยมากขึ้นถึง 6 แสนคน หรือสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 375 พันล้านบาท ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 104 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1559% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 903 พันล้านบาท นอกจากนี้ ทททยังคาดการณ์ปริมาณคนที่เดินทางท่องเที่ยวในปีนี้ ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 301 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 1210% จากปีก่อนที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 268 ล้านคน-ครั้ง และเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ ทททเคประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ไว้ คือ หากหยุด 4 วัน จะมีการเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 24 ล้านคน-ครั้ง รายได้อยู่ที่ 668 พันล้านบาท ค่าใช้จ่ายประมาณ 277 พันบาท/ทริป แต่เมื่อ ครมประกาศเพิ่มวันหยุด 1 วัน คือวันที่ 12 เมย ส่งผลให้จำนวนวันหยุดเพิ่มเป็น 5 วัน ก็เป็นปัจจัยที่จะช่วยทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 346 พันบาท/ทริป หรือเพิ่มขึ้น 312% จากปีก่อนมีค่าใช้จ่ายต่อทริปอยู่ที่ประมาณ 336 พันบาท ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้มีการคาดการณ์ว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 คนกรุงเทพฯ จะมีการจับจ่ายใช้สอยคิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 241 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 5% จากปีก่อน โดยเม็ดเงินดังกล่าวแยกเป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสังสรรค์ (ค่าอาหารและเครื่องดื่ม) ประมาณ 92 พันล้านบาท, ค่าที่พัก/เดินทางประมาณ 63 พันล้านบาท, ค่าช็อปปิ้งประมาณ 45 พันล้านบาท, ค่าทำบุญไหว้พระ 204 พันล้านบาท และค่าใช้จ่ายในกิจกรรมอื่นๆ อาทิ ให้เงินผู้ใหญ่ในครอบครัว ค่าเที่ยวสถานที่ต่างๆ/ดูหนัง/ฟังเพลง/เล่นน้ำ 21 พันล้านบาท ขณะที่งบประมาณใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 56 พันบาท โดยยังมีการประเมินอีกว่า คนกรุงเทพฯ อีกกว่า 53% เลือกวางแผนทำกิจกรรมในกรุงเทพฯ ในช่วงสงกรานต์ปีนี้ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน นั่นเป็นการสะท้อนว่า เทศกาลสงกรานต์ในปี 2561 นี้ น่าจะเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการในการจับตลาดผู้บริโภคคนกรุงฯ ที่เลือกอยู่กรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นวันหยุดยาวในปีนี้และปีต่อๆ ไป สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 เชื่อว่าจะเป็นอีกปีที่ตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวทั้งที่เดินทางกลับภูมิลำเนา และตั้งใจเดินทางไปท่องเที่ยว จนทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนหนึ่งไม่เพียงกระแส นิยมไทย ที่มีส่วนทำให้ประชาชนเดินทางไปท่องเที่ยวนิยมใส่ชุดไทยและเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญมากขึ้น โดยศูนย์วิจัยด้านตลาดการท่องเที่ยว ททท ได้มีการคาดการณ์ว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวในประเทศปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้นทั้งด้านจำนวนและรายได้ โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากทั้งภาครัฐ ด้วยการประกาศเพิ่มวันหยุด และมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง รวมถึงการเพิ่มเที่ยวบินภายในประเทศสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงสงกรานต์ ตลอดจนการทำตลาดของ ทททกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง ซึ่งเป็นการเพิ่มความสนใจและทางเลือกใหม่ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

เมื่อถึงเดือนเมษาฯหนุ่มบ้านนา หรือบ้านอะไรก็แล้วแต่ ดูจะเริ่มฝันกันแบบเป็นเรื่อง เป็นราว หรือเป็นรูป เป็นร่าง ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ บรรดากลุ่มการเมือง หรือพรรคการเมือง ทั้งที่ยังเป็น วุ้น และที่เริ่ม จุติ หรือ ปฏิสนธิ ขึ้นมาบ้างแล้ว จึงเริ่มเห็นหัว เห็นหาง เห็นสายสะดือ ว่าจะต่อท่อน้ำเลี้ยงมาจากแหล่งใด หรือจากมดลูก ของผู้ใดกันแน่!!! ------------------------------------------------- สำหรับพรรคเก่า พรรคแก่นั้นคงแทบไม่ต้องพูดถึง เพราะโดยแหล่งที่มา โดยทิศทางของสายสะดือ มันคงไม่ผิดแผก แตกต่างไปจากเดิมๆ ซักเท่าไหร่ อย่างมากก็อาจมีการประยุกต์ ดัดแปลง กรรมวิธี หรือยุทธวิธี ให้ออกไปทาง ท้องนอกมดลูก เพื่อป้องกันแรงเสียดสี เสียดทาน อะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่จะว่ากันไป แต่ไม่ว่าจะเป็น ประชาธิกัด หรือ เผาไทย ก็เถอะ โดยลักษณะพื้นฐานของโครงสร้าง ของความเป็นพรรค คงไม่ได้แตกต่างไปจากเดิมๆ ซักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะต่อหัว ต่อตัว หรือ เปลี่ยนหัว กันไปในรูปไหน ด้วยเหตุนี้การจัดให้เป็นตัวยืน เป็น ก๊ก ที่โผล่ขึ้นในพงศาวดารการเมืองอยู่แล้วประมาณ 2 ก๊ก จึงไม่น่าจะเกินเลยไปจาก ข้อเท็จจริงทางการเมือง มากมายซักเท่าไหร่ -------------------------------------------------- แต่สำหรับ ก๊กที่ 3 นี่แหละที่คงต้องสืบเสาะ ตรวจเช็ก นั่งคลำสายสะดือกันพอสมควร ว่าจะเอาน้ำเลี้ยงมาจากช่องไหน แบบไหน แม้สุดท้ายคงหนีไม่พ้นไปจาก สองเจริญ นั่นแหละ เนื่องจากความเจริญเติบโตของประเทศไทยทั้งประเทศ ตลอดช่วงไม่รู้กี่ทศวรรษที่ผ่านมา ยังไงๆมันหนักไปทาง เจริญเหล้า กับ เจริญกับแกล้ม มาโดยตลอด และโดยการออกแบบ ดีไซน์ ระบบ จัดสรรปันส่วนผสม เอาไว้ก่อนล่วงหน้า แม้จะเป็นตัวเปิดช่อง เปิดโอกาส ให้กับพรรคใหม่ๆ นักการเมืองหน้าใหม่ ตามโควตา 70,000 เสียงต่อ 1 เก้าอี้ในรัฐสภา แต่ถ้าหากพรรคใด หรือนักการเมืองรายใด ไม่มีขีดความสามารถพอที่จะ ปูพรม กันได้แบบทั่วทั้งประเทศ หรือทั่วทุกเขตเลือกตั้ง โอกาสที่จะ นอนมา โดยไม่ต้องมีพระสวดนำหน้า ก็ใช่ว่าจะง่ายดายปานปอกกล้วยกันซะเมื่อไหร่ ---------------------------------------------- หรือพูดง่ายๆ ว่าเรื่องของ เงิน หรือเรื่องของ ท่อน้ำเลี้ยง ยังไงๆคงต้องมีความสำคัญแบบเดิมๆ อยู่อีกนั่นแหละ โอกาสที่จะเก็บเล็กผสมน้อย เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน ในแบบที่เรียกว่า crowdfunding เอาไป-เอามาคงเป็นได้แค่ความฝัน แค่อุดมคติแบบประเภท หนุ่มนารอนาง ของคุณพี่ ไวพจน์ เพชรสุพรรณ อะไรประมาณนั้น คือแทนที่จะเป็น คราวด์ อาจหนักไปทาง ไอ้คร้าว ที่ถูก ฟันแล้วฟันแล้วชิ่ง มายเลิฟ ฟอร์ ยู ซะมากกว่า เพราะฉะนั้นการโผล่ขึ้นมาของ ก๊กที่ 3 ไม่ว่าจะอยู่ในรูปไหน แบบไหน แบบ แยกกันเดินรวมกันตี แบบ แบกฆ้องให้เพื่อนตี หรือแบบ สามัคคีทุกฝ่ายทำลายตัวเอง ก็ตาม มันคงต้องขึ้นอยู่กับว่า เจริญเหล้า และ เจริญกับแกล้ม เขาหวังจะเจริญไปในแนวไหน อย่างไร นั่นแล --------------------------------------------------- แต่ถ้าหาก คนหนุ่ม ระดับอายุ 50 อย่างรัฐมนตรีอุตสาหกรรมและรัฐมนตรีพาณิชย์ ลูกน้องมือซ้าย-มือขวา ของ ป๋าดัน หรือของรองนายกฯ สมคิด ท่านคิดจะเอาจริง เอาจัง กับการ ตั้งพรรค ตามคำร่ำลือชนิดที่พูดจากันให้แซ่ดไปทั้งบ้าน ทั้งเมือง จริงๆ แล้ว ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่ารูปร่าง หน้าตา ของ ก๊กที่ 3 ก็พอเริ่มเห็นเค้า เห็นลาง อยู่บ้างตามสมควร คือไม่ว่าจะออกมาในลักษณะ รูปร่าง ยังไงก็แล้วแต่ แต่น่าจะกวาดคะแนนเสียงระดับ 70,000 ต่อเก้าอี้ ในเขตเลือกตั้งต่างๆ ได้อย่างเป็นเนื้อ เป็นหนัง มิใช่น้อย ไม่ว่าจะโดยพรรคพรรคเดียว หรือแยกย้ายกระจัดกระจายไปในหลายๆ พรรคก็ตาม และอาจทำให้สูตรการกลับมา อยู่ยาวว์ว์ว์ ของท่านนายกฯ บิ๊กตู่ ไม่ถึงกับออกไปทาง สูตรเตี๋ยว มากมายเกินไปนัก โดยเฉพาะเมื่อนำไปบวกกับวุฒิสมาชิกจำนวนอีก 250 พระหน่อ ที่จะถือกำเนิดออกมาจากฝักถั่ว หรือจากกระบอกไม้ไผ่ อะไรทำนองนั้น ------------------------------------------------------- แต่ก็นั่นแหละความหวาดเสียว ระดับลึกเข้าไปถึงรูตูด หรือจะแค่ปริ่มๆ อยู่แถวริดสีดวงทวาร อันนั้นก็คงขึ้นอยู่กับตัวของท่านนายกฯ บิ๊กตู่ เอง อย่างมิอาจปฏิเสธได้ คือถ้าหากท่านสามารถควบคุม วาสนา ของตัวเอง ไม่ให้ชอบกระโดดดุ๊บๆ ไปตามท้องร่องแบบ พระสารีบุตร ไม่ว่าชาติปางก่อนท่านจะเสวยชาติเป็นอะไรมาก่อนก็ตาม อันนี้ก็อาจจะ เสียว น้อยหน่อย แต่ถ้าหากท่านยังดุ๊บไป-ดุ๊บมา เผลอเมื่อไหร่อดไม่ได้ที่คิดจะยกโพเดียมเอาไว้ทุ่มหัวใส่ใครต่อใครก็ตาม อันนี้น่าจะลำบากมิใช่น้อย สูตรแต่ละสูตรที่วางเอาไว้ซะดิบดี มันอาจต้องกลายเป็น สูตรเตี๋ยว ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้ --------------------------------------------------------- โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้มี มาตราฉี่ฉิบฉี่ อยู่ในมือ ไม่ได้มีสภาวะแวดล้อมแบบ ถูกครับพี่-ดีครับผม-เหมาะสมครับนาย รายรอบไปโดยตลอด แต่กลับเต็มไปด้วยเสือ-สิงห์-กระทิง-แรด-สมเสร็จ-กระซู่ ซึ่งล้วนแต่เกล็ดแตกลายงาพอๆ กับกระเบื้องราชวงศ์ถังไปด้วยกันทั้งสิ้น แถมบางรายยังพ่นไฟได้ด้วยซะอีกต่างหาก อันนี้นี่แหละที่มันอาจรากเลือด รากแตก รากแตน ขึ้นมาได้ง่ายๆ อย่างที่มังกือการเมือง อย่าง ป๋าเหนาะ ท่านได้เตือนเอาไว้ก่อนล่วงหน้า ด้วยเหตุนี้ความหมายของคำว่า คนกลาง หรือ นายกฯ คนกลาง ที่เคยแปลความ ตีความ เอาไว้ก่อนหน้านี้ ว่าคงหนีไม่พ้นต้องเป็น บิ๊กตู่ เท่านั้น ไปๆ-มาๆอาจต้องส่งให้ราชบัณฑิตยสถานแปลความซะใหม่ เอาเลยก็ไม่แน่!!! -------------------------------------------------------- ดังนั้นในก๊กแต่ละก๊ก ที่จะประกอบตัวขึ้นมาเป็น 3 ก๊ก ในพงศาวดารการเมืองไทย ณ อนาคตเบื้องหน้า จึงเป็นอะไรที่ออกจะ ดิ้นได้ อยู่พอสมควรเหมือนกัน คือจะไปสรุปว่าเป็น ก๊กโจโฉ, ก๊กซุนกวน หรือ ก๊กเล่าปี่ ก็อาจรวบรัดเกินไปหน่อย เพราะถ้าหาก ก๊กเล่าปี่ ดันกลายเป็นแค่ ก๊กเล่าเสี้ยน หรือ ก๊กของอาเต๊า ที่เป็นเพียงลูกชายของ เล่าปี่ ขึ้นมาซะแล้ว ต่อให้มีพระอาจารย์อย่าง ขงเบ้ง หรือ หมงเท่ง ยืนหยัด เคียงข้างกาย โอกาสที่จะ เสร็จโจโฉ หรือ เสร็จโจผี ย่อมเป็นไปได้ทุกเมื่อ --------------------------------------------------------- ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จาก Frederick B Wilcox (อีกครั้ง) People who emphatically protest that they are putting all their cards on the table usually put them there face down-ผู้ที่ยืนยันอย่างแข็งขัน ว่าเขาวางไพ่ไว้บนโต๊ะหมดแล้วนั้น มักวางโดยคว่ำหน้าไพ่เอาไว้ซะเป็นหลัก ---------------------------------------------------------

คัง คิง 2021-06-18 11:31:13

เฉินอี้กงอ่อนแอ 2021-06-18 11:31:13

บิ๊กป้อม ปัดตั้งพรรคชี้ ประยุทธ์ เหมาะนั่งนายกฯอีกหรือไม่ให้ไปย้อนดูโพล 09 เมษายน พศ 2561 เวลา 10:14 น , ใกล้เทศกาลหยุดยาว สงกรานต์ ปี 2561 ซึ่งปีนี้คณะรัฐมนตรี (ครม) มีมติให้หยุดยาว 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 เมย ถึงวันที่ 16 เมย2561 เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา เยี่ยมญาติ พี่ น้อง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ประชาชนจะมีการเดินทางกลับบ้านเกิดกันอย่างคับคั่งเหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งเทศกาลที่มีวันหยุดยาวๆ มักจะได้เห็นภาพของประชาชนที่เดินทางออกต่างจังหวัด ทั้งที่กลับภูมิลำเนา กลับบ้านเกิด หรือบางส่วนเดินทางไปท่องเที่ยวกันอย่างหนาตา สิ่งที่ตามมาคือ การใช้จ่าย ที่จะสะพัดเพิ่มขึ้นในทุกๆ เทศกาล เพราะไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่านั้น แต่ยังมีค่าอาหาร เครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายจิปาถะต่างๆ ตามมาอีกมากมาย มองในมุมเศรษฐกิจตรงนี้ถือเป็นเรื่องดี เพราะการใช้จ่าย และการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ช่วยทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการหลายรายก็ต่างหยิบฉวยโอกาสนี้ ซึ่งเป็นโอกาสทองที่จะค้าขายได้มากขึ้น สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำกันเลยก็มี โดย ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) มีการคาดการณ์ว่า ในช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ 5 วัน จะมีการใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มขึ้น โดย ทททประเมินว่าวันหยุดที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลดีให้จำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยมากขึ้นถึง 6 แสนคน หรือสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 375 พันล้านบาท ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 104 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1559% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 903 พันล้านบาท นอกจากนี้ ทททยังคาดการณ์ปริมาณคนที่เดินทางท่องเที่ยวในปีนี้ ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 301 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 1210% จากปีก่อนที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 268 ล้านคน-ครั้ง และเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ ทททเคประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ไว้ คือ หากหยุด 4 วัน จะมีการเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 24 ล้านคน-ครั้ง รายได้อยู่ที่ 668 พันล้านบาท ค่าใช้จ่ายประมาณ 277 พันบาท/ทริป แต่เมื่อ ครมประกาศเพิ่มวันหยุด 1 วัน คือวันที่ 12 เมย ส่งผลให้จำนวนวันหยุดเพิ่มเป็น 5 วัน ก็เป็นปัจจัยที่จะช่วยทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 346 พันบาท/ทริป หรือเพิ่มขึ้น 312% จากปีก่อนมีค่าใช้จ่ายต่อทริปอยู่ที่ประมาณ 336 พันบาท ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้มีการคาดการณ์ว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 คนกรุงเทพฯ จะมีการจับจ่ายใช้สอยคิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 241 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 5% จากปีก่อน โดยเม็ดเงินดังกล่าวแยกเป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสังสรรค์ (ค่าอาหารและเครื่องดื่ม) ประมาณ 92 พันล้านบาท, ค่าที่พัก/เดินทางประมาณ 63 พันล้านบาท, ค่าช็อปปิ้งประมาณ 45 พันล้านบาท, ค่าทำบุญไหว้พระ 204 พันล้านบาท และค่าใช้จ่ายในกิจกรรมอื่นๆ อาทิ ให้เงินผู้ใหญ่ในครอบครัว ค่าเที่ยวสถานที่ต่างๆ/ดูหนัง/ฟังเพลง/เล่นน้ำ 21 พันล้านบาท ขณะที่งบประมาณใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 56 พันบาท โดยยังมีการประเมินอีกว่า คนกรุงเทพฯ อีกกว่า 53% เลือกวางแผนทำกิจกรรมในกรุงเทพฯ ในช่วงสงกรานต์ปีนี้ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน นั่นเป็นการสะท้อนว่า เทศกาลสงกรานต์ในปี 2561 นี้ น่าจะเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการในการจับตลาดผู้บริโภคคนกรุงฯ ที่เลือกอยู่กรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นวันหยุดยาวในปีนี้และปีต่อๆ ไป สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 เชื่อว่าจะเป็นอีกปีที่ตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวทั้งที่เดินทางกลับภูมิลำเนา และตั้งใจเดินทางไปท่องเที่ยว จนทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนหนึ่งไม่เพียงกระแส นิยมไทย ที่มีส่วนทำให้ประชาชนเดินทางไปท่องเที่ยวนิยมใส่ชุดไทยและเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญมากขึ้น โดยศูนย์วิจัยด้านตลาดการท่องเที่ยว ททท ได้มีการคาดการณ์ว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวในประเทศปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้นทั้งด้านจำนวนและรายได้ โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากทั้งภาครัฐ ด้วยการประกาศเพิ่มวันหยุด และมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง รวมถึงการเพิ่มเที่ยวบินภายในประเทศสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงสงกรานต์ ตลอดจนการทำตลาดของ ทททกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง ซึ่งเป็นการเพิ่มความสนใจและทางเลือกใหม่ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย。รายงานสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 เมษายน 2561 กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทางการเยอรมนีค่อนข้างมั่นใจว่า เหตุการณ์ที่เมืองมึนสเตอร์เมื่อบ่ายวันเสาร์ที่่ผ่านมาไม่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอิสลามิสต์อย่างที่หวาดกลัวกันแต่แรก และในวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า พวกเขาเชื่อว่าคนขับรายนี้ก่อเหตุเพียงลำพัง ถึงขณะนี้ยังไม่พบเบาะแสที่อาจเป็นมูลเหตุจูงใจสำหรับการก่อเหตุ มาร์ติน บอตเซนฮาร์ดต์ อัยการอาวุโสในเมืองมึนสเตอร์กล่าวในแถลงการณ์ เรากำลังสอบสวนกันอย่างหนักถึงลู่ทางที่เป็นไปได้ทั้งหมด 。

ชัย จุง 2021-06-18 11:31:13

, ปีนี้ไม่คึกคักและเงียบเหงามาก เพราะคนส่วนใหญ่หันไปเลือกซื้อเสื้อผ้าชุดไทยกันมากเป็นพิเศษ เนื่องจากช่วงนี้กระแสละครบุพเพสันนิวาส และกระแสการแต่งชุดไทยเป็นที่นิยมอย่างมาก เสื้อลายดอกจึงได้รับ ผลกระทบในระยะนี้ นางพิกุลกล่าวและว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจะมีลุกค้ามาสั่งซื้อเสื้อลายดอกอย่างมาก แต่ปีนี้มีเพียงลูกค้ามาซื้อหน้าร้านเท่านั้น ทำให้ยอดจำหน่ายเสื้อลายดอกปีนี้ลดลงถึง 50-60% ซึ่งปัจจัยหนึ่งคือเศรษฐกิจไม่ดี และกระแสออเจ้ามาแรง ส่งผลกระทบกับยอดการสั่งซื้ออย่างมาก เพราะลูกค้าไปสวมใส่ชุดไทยกัน。08 เมย2561 เมื่อเวลา 1334 น นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Oak Panthongtae Shinawatra ในหัวข้อ เช็คคนดัง-คดีดัง ตอนที่ 2 ระบุว่า ครบรอบ 1 สัปดาห์ ที่โพสต์รูปเช็คสั่งจ่ายเงินเข้าบัญชีบุคคลที่มีชื่อเสียง 2 ท่าน ที่ได้รับเงินจากเงินกู้กรุงไทยแล้ว วันนี้จะขอเล่าให้ฟังต่อ เป็นตอนที่ 2 นะครับ。

โมจิ 2021-06-18 11:31:13

บิ๊กป้อม ปัดตั้งพรรคชี้ ประยุทธ์ เหมาะนั่งนายกฯอีกหรือไม่ให้ไปย้อนดูโพล 09 เมษายน พศ 2561 เวลา 10:14 น , ใกล้เทศกาลหยุดยาว สงกรานต์ ปี 2561 ซึ่งปีนี้คณะรัฐมนตรี (ครม) มีมติให้หยุดยาว 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 เมย ถึงวันที่ 16 เมย2561 เพื่อให้ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา เยี่ยมญาติ พี่ น้อง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ประชาชนจะมีการเดินทางกลับบ้านเกิดกันอย่างคับคั่งเหมือนทุกๆ ปีที่ผ่านมา ซึ่งเทศกาลที่มีวันหยุดยาวๆ มักจะได้เห็นภาพของประชาชนที่เดินทางออกต่างจังหวัด ทั้งที่กลับภูมิลำเนา กลับบ้านเกิด หรือบางส่วนเดินทางไปท่องเที่ยวกันอย่างหนาตา สิ่งที่ตามมาคือ การใช้จ่าย ที่จะสะพัดเพิ่มขึ้นในทุกๆ เทศกาล เพราะไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่านั้น แต่ยังมีค่าอาหาร เครื่องดื่ม และค่าใช้จ่ายจิปาถะต่างๆ ตามมาอีกมากมาย มองในมุมเศรษฐกิจตรงนี้ถือเป็นเรื่องดี เพราะการใช้จ่าย และการบริโภคที่เพิ่มขึ้น ช่วยทำให้เกิดการหมุนเวียนของเงินในระบบมากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการหลายรายก็ต่างหยิบฉวยโอกาสนี้ ซึ่งเป็นโอกาสทองที่จะค้าขายได้มากขึ้น สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำกันเลยก็มี โดย ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) มีการคาดการณ์ว่า ในช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ 5 วัน จะมีการใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศเพิ่มขึ้น โดย ทททประเมินว่าวันหยุดที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลดีให้จำนวนนักท่องเที่ยวคนไทยมากขึ้นถึง 6 แสนคน หรือสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นประมาณ 375 พันล้านบาท ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 104 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1559% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 903 พันล้านบาท นอกจากนี้ ทททยังคาดการณ์ปริมาณคนที่เดินทางท่องเที่ยวในปีนี้ ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 301 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 1210% จากปีก่อนที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 268 ล้านคน-ครั้ง และเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ ทททเคประเมินสถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ไว้ คือ หากหยุด 4 วัน จะมีการเดินทางท่องเที่ยวประมาณ 24 ล้านคน-ครั้ง รายได้อยู่ที่ 668 พันล้านบาท ค่าใช้จ่ายประมาณ 277 พันบาท/ทริป แต่เมื่อ ครมประกาศเพิ่มวันหยุด 1 วัน คือวันที่ 12 เมย ส่งผลให้จำนวนวันหยุดเพิ่มเป็น 5 วัน ก็เป็นปัจจัยที่จะช่วยทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 346 พันบาท/ทริป หรือเพิ่มขึ้น 312% จากปีก่อนมีค่าใช้จ่ายต่อทริปอยู่ที่ประมาณ 336 พันบาท ขณะที่ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้มีการคาดการณ์ว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 คนกรุงเทพฯ จะมีการจับจ่ายใช้สอยคิดเป็นเม็ดเงินประมาณ 241 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 5% จากปีก่อน โดยเม็ดเงินดังกล่าวแยกเป็นค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสังสรรค์ (ค่าอาหารและเครื่องดื่ม) ประมาณ 92 พันล้านบาท, ค่าที่พัก/เดินทางประมาณ 63 พันล้านบาท, ค่าช็อปปิ้งประมาณ 45 พันล้านบาท, ค่าทำบุญไหว้พระ 204 พันล้านบาท และค่าใช้จ่ายในกิจกรรมอื่นๆ อาทิ ให้เงินผู้ใหญ่ในครอบครัว ค่าเที่ยวสถานที่ต่างๆ/ดูหนัง/ฟังเพลง/เล่นน้ำ 21 พันล้านบาท ขณะที่งบประมาณใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 56 พันบาท โดยยังมีการประเมินอีกว่า คนกรุงเทพฯ อีกกว่า 53% เลือกวางแผนทำกิจกรรมในกรุงเทพฯ ในช่วงสงกรานต์ปีนี้ ซึ่งเป็นสัดส่วนที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน นั่นเป็นการสะท้อนว่า เทศกาลสงกรานต์ในปี 2561 นี้ น่าจะเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการในการจับตลาดผู้บริโภคคนกรุงฯ ที่เลือกอยู่กรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งเป็นวันหยุดยาวในปีนี้และปีต่อๆ ไป สำหรับเทศกาลสงกรานต์ปี 2561 เชื่อว่าจะเป็นอีกปีที่ตลาดท่องเที่ยวภายในประเทศได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวทั้งที่เดินทางกลับภูมิลำเนา และตั้งใจเดินทางไปท่องเที่ยว จนทำให้เกิดรายได้จากการท่องเที่ยวเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่วนหนึ่งไม่เพียงกระแส นิยมไทย ที่มีส่วนทำให้ประชาชนเดินทางไปท่องเที่ยวนิยมใส่ชุดไทยและเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญมากขึ้น โดยศูนย์วิจัยด้านตลาดการท่องเที่ยว ททท ได้มีการคาดการณ์ว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวในประเทศปีนี้จะเพิ่มสูงขึ้นทั้งด้านจำนวนและรายได้ โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากทั้งภาครัฐ ด้วยการประกาศเพิ่มวันหยุด และมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง รวมถึงการเพิ่มเที่ยวบินภายในประเทศสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงสงกรานต์ ตลอดจนการทำตลาดของ ทททกระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรอง ซึ่งเป็นการเพิ่มความสนใจและทางเลือกใหม่ๆ ให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย。ภาพจากวิดีโอของกองกำลังป้องกันภัยพลเรือนซีเรียในเมืองดูมา ขณะอาสาสมัครให้ออกซิเจนแก่ทารกที่โรงพยาบาล ภายหลังมีรายงานการใช้อาวุธเคมีเมื่อวันเสาร์ ภาพ AFP / SYRIA CIVIL DEFENCE。

แสงสว่าง 2021-06-18 11:31:13

ผมคิดว่าผู้บริหารหรือทหารก็ตามที่เขากลัวการกระจายอำนาจ กลัวการยกเลิกราชการส่วนภูมิภาค ผมว่าเขาคิดผิด เพราะยิ่งกระจายอำนาจยิ่งมั่นคง อย่างเกาหลีใต้มีสภาวะสงครามกับเกาหลีเหนือมา 50-60 ปี ไม่มีราชการส่วนภูมิภาค ทหารเวลาเกิดภัยอะไรขึ้นมาเขาไปถึงพื้นที่ได้ แต่อย่างตอนนี้มีการมาตั้ง กอรมนภาค-กอรมนจังหวัด มาเพิ่มขั้นตอน ,โดยอุตสาหกรรมที่มีจำนวนเปิดกิจการใหม่และขยายกิจการที่มีมูลค่ามากที่สุดตั้งแต่เดือนมค-มีค 61ได้แก่ อุตสาหกรรมอาหาร 13,200 ล้านบาท อุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยาง 7,150 ล้านบาท อุตสาหกรรมผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ 5,020 ล้านบาท อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะ 4,510 ล้านบาท อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์พลาสติก 4,190 ล้านบาท。 พรรคเกิดใหม่ที่ทรงพลัง เดินเกมลุยแหลก ประชารัฐเป็นเต็งหนึ่งที่ว่ากันว่า เป็นพรรครองรับสำหรับ บิ๊กตู่-พลอประยุทธ์ เมื่อสำรวจปัจจัยแนวรบ ความพร้อม ประชารัฐอยู่ในฝ่ายที่ได้เปรียบ。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

ยิงปลาเว็บไหนดี japan| liveฟุตบอลสด| เว็บการพนัน jpg| ดูกีฬาสด| สูตร บา คา ร่า luk666| สล็อต 567 data| เกมส์อีสปอร์ต roblox| slot0007| โปรแกรมบาคาร่าsa| jaspal ออนไลน์| live221234| slot ฟรี เครดิต 2019| slotxo pug| บอลพรีเมียร์ลีกตาราง| หวยรัฐบาล มาตามสัญญา 1/6/63| paotung88 เครดิต ฟรี| ดูแมนซิตี้คืนนี้| เกม สล็อต ออนไลน์ ได้ เงิน จริง kodu| สล็อต easy| ดาวโหลดpg slot ios| เกมสล็อตยอดนิยม ku| ถอนเงิน youtube| กีฬาsbobet| joker สล็อต ฟรี เครดิต net| sweet27slot| บาคาร่า dg| เว็บเล่นslot| 7777สล็อต| สมัครสล็อตออนไลน์มือถือ vip| แทงบอลชุด. rov| สล็อต 5 dragons machine| เกมสล็อตเงินจริงมือถือ google play| sagame1688 คา สิ โน ออนไลน์| สล็อต 88 laon| บ้านบอลบอลวันนี้| ขอเครดิตฟรี| gclub asia| ผลบอลคิงคัพ| เกมส์ยิงปลา lazada| คาสิโนยุโรป| สล็อต 69 login| ทีบอลวันนี้| คาสีโนสด bigo| สล็อต777คาสิโน got7| สมัคร รับ ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก| รวมสล็อตทุกค่าย gsv| เล่นสล็อตฟรี25| roma juventus| ผลบอลสด ตารางบอลวันนี้| ตารางบอลวันนี้บ้านผลบอล| บอลล่าสุด| poker straight flush vs. 4 of a kind| 888 casino tricks| แทงบอลแทงหวย sanook| is300 m98 differential| slot joker mania| ผลบอลฟรีเมี| คาสิโนฮอลิเดย์อินน์| free slot games qr code| ตกปลายักษ์| 777 คาสิโน hd| ดูบอล88live| ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล lotto| เว็บคาสิโน 1688 iphone| น้ําเต้าปูปลาได้เงินจริง instagram| poker face dance| pgsoft slot demo| casino web series review imdb| เสือมังกร kapook| gwp slot777| gclub slot q8| taiwan sport ลอตเตอรี่| เกมสล็อต roma group| สมัครรับโบนัส 50 % | sbobet88888 มือ ถือ| เกมส์แจกเงิน| จี คลับ สล็อต true| doofootballliveวันนี้| ดูบอลยูทูป| สล็อต 89 chart| เว็บคาสิโน 88 apk| สล็อตโจ๊กเกอร์-roma guitar| pgslot รีวิวเกมใหม่ล่าสุด pgslot dreams of macau| บอลวันนี้อาร์เซนอล| ผลบอลไทยล่าสุด| กดเงินสด citibank| สล็อต ฟรี เครดิต ktc| สล็อต888 rom| สล็อตเกมส์ไหนดี zoom| บอลวันนี้ใ| ตารางบอลทุกลีก| สล็อต 1688 net| slotbet99| แทงบอลชุด. mobile|